มติคณะรัฐมนตรี (29 ตุลาคม 2567) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ รับทราบการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกรมของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้

รับทราบการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกรมของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

คณะรัฐมนตรีรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. …. ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. รวม 3 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ

สาระสำคัญ ร่างกฎกระทรวงทั้ง 3 ฉบับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการแบ่งส่วนราชการที่ดำเนินการในกรณีการมอบอำนาจการแบ่งส่วนราชการภายในกรม โดยไม่เพิ่มจำนวนกอง (rearrange) ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เพื่อให้การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกรมของส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีผลอย่างเป็นรูปธรรม และได้ดำเนินการตามขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 แล้ว ประกอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบด้วยแล้ว สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

มีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง (สป.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของ สป.ศธ. เนื่องจากพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีผลใช้บังคับ ทำให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ใน สป.ศธ. เปลี่ยนฐานะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ศธ. ส่งผลให้ภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สป.ศธ. เปลี่ยนแปลงไป

                               1.1 สป.ศธ. มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนายุทธศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของกระทรวงเป็นแผนปฏิบัติราชการ ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ จัดทำงบประมาณและบริหารราชการประจำทั่วไปของกระทรวง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของกระทรวง เช่น จัดสรรและพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรของกระทรวงเพื่อให้เกิดการประหยัด คุ้มค่า และสมประโยชน์ ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการ กำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผล รวมทั้งรับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นต้น

                               1.2 จัดตั้งส่วนราชการใน สป.ศธ. ดังต่อไปนี้
                                         (1) สำนักอำนวยการ
                                         (2) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
                                         (3) สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
                                         (4) สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน
                                         (5) สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
                                         (6) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
                                         (7) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
                                         (8) สำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล
                                         (9) สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
                                         (10) สำนักนิติการ

ทั้งนี้ ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร และศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ด้วย

มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โดยกำหนดให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหารขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ศธ. เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงาน สนับสนุนการปฏิบัติงาน และพัฒนาการบริหารของ สอศ. อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอำนาจมีประสิทธิภาพและประประสิทธิผลยิ่งขึ้น

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดังต่อไปนี้
(1) สำนักอำนวยการ
(2) สำนักความร่วมมือ
(3) สำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา
(4) สำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา
(5) สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
(6) สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ
(7) สำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา
ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดังต่อไปนี้
(1) สำนักอำนวยการ
(2) สำนักความร่วมมือ
(3) สำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา
(4) สำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา
(5) สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
(6) สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ
(7) สำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา
(8) กลุ่มตรวจสอบภายใน
(9) กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

สาระสำคัญ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โดยกำหนดให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ขึ้นในสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ศธ. เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบการดำเนินงาน สนับสนุนการปฏิบัติงาน และการพัฒนาการบริหารของ สกศ. อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอำนาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา ดังต่อไปนี้
(1) สำนักอำนวยการ
(2) สำนักนโยบายและแผนการศึกษา
(3) สำนักประเมินผลการจัดศึกษา
(4) สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา
(5) สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้
(7) สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา
ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการ
สภาการศึกษา ดังต่อไปนี้
(1) สำนักอำนวยการ
(2) สำนักนโยบายและแผนการศึกษา
(3) สำนักประเมินผลการจัดศึกษา
(4) สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา
(5) สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้
(7) สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา
(8) กลุ่มตรวจสอบภายใน
(9) กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

คณะรัฐมนตรีรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ

สาระสำคัญ สคก. ได้ตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการเรียนรู้ฯ เสร็จแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการแบ่งส่วนราชการในกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อกำหนดหน้าที่และอำนาจของแต่ละส่วนราชการให้เหมาะสมกับการดำเนินงานในปัจจุบัน เนื่องจากพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ได้มีผลใช้บังคับ ทำให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ศธ. เปลี่ยนฐานะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ศธ. ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมใน ศธ.

1. กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ศธ. มีภารกิจเกี่ยวกับการจัด ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อให้บุคคลมีทักษะการเรียนรู้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก และมีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็น

2. จัดตั้งส่วนราชการในกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ศธ. ดังต่อไปนี้
                               (1) สำนักงานเลขานุการกรม
                               (2) กองบริหารทรัพยากรบุคคล
                               (3) กองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ
                               (4) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
                               (5) กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
                               (6) ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
                               (7) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

The post ครม.รับทราบการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกรมของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ appeared first on กระทรวงศึกษาธิการ.

Share This Article

Related Post